ในช่วงที่ผ่านมา มีการรายงานพบเห็นวัตถุปริศนาบนท้องฟ้าบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาภายใต้แนวทาง "สังเกต–บันทึก–รายงาน" แต่คำถามคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแสงที่เห็นคือโดรน ไม่ใช่เครื่องบิน ดาวเทียม หรือดวงดาว?

นี่คือคู่มือที่จะช่วยให้คุณแยกแยะได้เหมือนผู้เชี่ยวชาญ:
1. สังเกตที่ "แสงไฟ" (The Lights) 💡
- โดรน: มักมีแสงไฟกระจุกตัวอยู่ใกล้กันตามโครงสร้างเครื่อง ประกอบด้วยไฟนำทางสีแดง (ซ้าย) และสีเขียว (ขวา) และมักมีไฟสีขาวกะพริบเร็วๆ (Anti-collision strobe) ที่มองเห็นได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร หรือประมาณ 3 ไมล์
- เครื่องบิน: แสงไฟจะกระจายตัวห่างกันตามปลายปีกและหาง เคลื่อนที่ไปพร้อมกันอย่างคงที่
2. สังเกต "การเคลื่อนที่" (The Movement) ✈️
- โดรน: สามารถ "ลอยตัวนิ่ง" (Hover) หรือเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลัน 90 องศา และบินถอยหลังได้ ซึ่งเครื่องบินทำไม่ได้
- เครื่องบิน/ดาวเทียม/ดวงดาว: เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงอย่างสม่ำเสมอ ดาวเทียมจะเคลื่อนที่ช้าๆ เป็นเส้นตรงด้วยแสงสีขาวนิ่ง ในขณะที่ดาวฤกษ์จะอยู่กับที่และกะพริบระยิบระยับ
3. ฟัง "เสียง" (The Sound) 🔊
- โดรน: มีเสียงหึ่งๆ หรือเสียงวืดแบบความถี่สูง (เหมือนเสียงแมลง) ซึ่งจะเริ่มได้ยินในระยะไม่กี่ร้อยเมตร
- เครื่องบิน/เฮลิคอปเตอร์: เครื่องบินมีเสียงเครื่องยนต์เจ็ตที่ทุ้มและดังต่อเนื่อง ส่วนเฮลิคอปเตอร์จะมีเสียงใบพัดกระทบอากาศที่หนักแน่น (Thumping sound)
ทำอย่างไรเมื่อพบโดรนต้องสงสัย? 📞
หากคุณอยู่ในเขตห้ามบิน เช่น รอบสนามบิน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของดังนี้:
- สังเกต: แยกแยะตามวิธีข้างต้น ใช้แอปฯ เช่น Flightradar24, ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่ามีเครื่องบินในบริเวณที่เจอแสงต้องสงสัยหรือไม่
- บันทึก: ถ่ายวิดีโอให้ภาพนิ่งที่สุด อย่างน้อย 1 นาที เพื่อให้เห็นรูปแบบการบิน
- รายงาน: แจ้งเหตุทันทีหน่วยบริการฉุกเฉิน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ